tk Article


เริ่มต้นกับโครงงานวิทยาศาสตร์กันเถอะ

โครงร่างโครงงานวิทยาศาสตร์สาขาชีวภาพ

 

เรื่อง

 

 

การยับยั้งการเจริญของเชื้อราและแบคทีเรียที่ปนเปื้อน

ในอาหารวุ้นเลี้ยงเนื้อเยื่อด้วยการใช้ไอระเหยของน้ำมันกานพลู

 

 

สมาชิก

นายนวภัทร               มาลัยวงศ์

นายเกียรติคุณ           สัมฤทธิ์เปี่ยม

นางสาวธนพร           มีสนุ่น

 

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี

 

 

เสนอ

คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

 

 

 

 

 

 

โครงร่างโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง

การยับยั้งการเจริญของเชื้อราและแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอาหารวุ้นเลี้ยงเนื้อเยื่อ

ด้วยการใช้ไอระเหยของน้ำมันกานพลู

 

1.  ชื่อโครงงาน

 

                การยับยั้งการเจริญของเชื้อราและแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอาหารวุ้นเลี้ยงเนื้อเยื่อด้วย

การใช้ไอระเหยของน้ำมันกานพลู

 

2.  ประเภทโครงงาน

 

                โครงงานสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

 

3.  รายชื่อสมาชิก

 

               1.  นายนวภัทร มาลัยวงศ์

2.  นายเกียรติคุณ สัมฤทธ์เปี่ยม

3.  นางสาวธนพร มีสนุ่น

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5  โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี

 

4.  อาจารย์ที่ปรึกษา

 

นางสาวฉัตรธิดา ชัยโพธิ์ศรี

 

5.  หลักการ เหตุผล และทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

 

5.1    ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

 

                การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชเป็นการนำเอาชิ้นส่วนของพืชมาเพาะเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์ในสภาพไร้เชื้อ ชิ้นส่วนของพืชชิ้นเล็กๆ สามารถเจริญขึ้นจนเป็นต้นพืชที่สมบูรณ์ได้ คุณสมบัติเช่นนี้ของพืชเรียกว่า โททิโพเทนซี อันเป็นหลักฐานยืนยันว่าในเซลล์ทุกเซลล์ของพืชมีสารพันธุกรรมครบถ้วนเหมือนกัน จึงสามารถแสดงลักษณะต่างๆ ของต้นพืชนั้นได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เช่นเดียวกันกับต้นพืชที่เจริญมาจากเอ็มบริโอ

                การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมายหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้ในด้านการขยายพันธุ์พืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น กล้วยไม้ ไม้ดอก

ไม้ประดับ ไม้ผล และไม้เศรษฐกิจอื่นๆ เพื่อใช้ในการปลูกป่า เช่น ยูคาลิปตัส สัก ตลอดจนพืชท้องถิ่นที่หายาก และใกล้ที่จะสูญพันธุ์ เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อยังนำไปใช้ประโยชน์ในการเก็บรักษาพันธุ์ ซึ่งไม่สามารถเก็บเป็นเมล็ดได้หรือพืชที่เมล็ดไม่สามารถเก็บไว้นาน จากเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อยังพัฒนาต่อไปเป็นการเพาะเลี้ยงแคลลัส เพาะเลี้ยงเซลล์ และเพาะเลี้ยง

โพรโทพลาสต์ และมีการหลอมรวมโพรโทพลาสต์ และมีการใช้เทคนิคพันธุวิศวกรรมมาร่วมด้วยเพื่อเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของพืช สร้างพืชแปลงพันธุ์ขึ้นมาให้มีลักษณะอย่างที่เราต้องการ ดูเหมือนกับว่าต้นไม้ในจินตนาการที่ต้นไม้เพียงหนึ่งต้นแต่ให้ดอกผลเป็นผลไม้นานาชนิด กำลังใกล้จะเป็นจริงเข้ามาแล้ว

                การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้เกิดขึ้นมาประมาณหนึ่งร้อยปีมานี้เอง และปัจจุบันเป็นเทคนิคที่แพร่หลายมากทั่วโลก พืชแทบทุกชนิดสามารถนำมาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้แล้วในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่นได้พัฒนาการเพาะเลี้ยงเซลล์เพื่อสกัดเอาสี ตัวยา และฮอร์โมน เอนไซม์ กรดอะมิโนทั้งหลายมาผลิตเป็นการค้า เทคนิคทางด้านนี้จึงเจริญต่อไปไม่หยุดยั้ง เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นไม่มีพืชซึ่งเป็นวัตถุดิบในการสกัดตัวยาสมุนไพร และไม่มีพื้นที่ในการเพาะปลูก เพราะว่าพืชสมุนไพรส่วนใหญ่เป็นพืชเขตร้อน การสกัดตัวยาจากเซลล์ที่นำมาเพาะเลี้ยง จึงเป็นเทคนิคที่ไม่ต้องเสียเวลาและพื้นที่เพื่อใช้ในการเพาะปลูกพืชขึ้นมาจำนวนมากๆ

                ในประเทศไทยเองส่วนใหญ่แล้วการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เน้นการขยายพันธุ์และการปรับปรุงพันธุ์พืชเป็นสำคัญ ส่วนงานทางด้านอื่นก็มีการเก็บรักษาพันธุ์ การปลูกป่า ส่วนการนำไปประยุกต์ใช้ในประโยชน์ทางด้านอื่นๆยังมีน้อย (ศิวพงศ์ จำรัสพันธุ์, 2546)

 

5.2    ปัญหาในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

 

                หัวใจของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออยู่ที่เทคนิคไร้เชื้อ เพื่อให้สถานที่ในการเพาะเลี้ยงสะอาด ชิ้นพืชที่จะนำลงเพาะเลี้ยงในขวดสะอาด อาหารที่เพาะเลี้ยงสะอาด แล้วชิ้นเนื้อเยื่อพืชมักจะเจริยงอกงามได้เป็นอย่างดี และสามารถจำนวนได้มากมายในเวลาอันรวดเร็ว นักเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจึงต้องพิถีพิถันและคอยสังเกตอยู่ตลอดเวลาว่ามีความบกพร่องเกิดขึ้นที่จุดไหน เพื่อหาจุดที่จะต้องปรับปรุงเมื่อมีปัญหาปนเปื้อนเกิดขึ้น (ศิวพงศ์ จำรัสพันธุ์, 2546)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

5.3  ความรู้เกี่ยวกับน้ำมันกานพลู

 

น้ำมันกานพลู

Clove oil

                ชื่อวิทยาศาสตร์

                                Eugenia caryophyllus Bullock & Harrsion, Family Myrtaceae

               

องค์ประกอบทางเคมี

น้ำมันกานพลูที่ได้มาจากส่วนต่างๆ จะมีองค์ประกอบแตกต่างกัน

ดังแสดงในตาราง

องค์ประกอบ

(Component)

ปริมาณ(%)

            ดอก                                   ใบ                                   ลำต้น

Eugenol

36 – 90

75 – 90

85 – 95

Eugenyl acetate

11 – 27

Trace – 10

Trace – 5

Beta-Caryophyllene

Trace – 16

15 – 19

2.5 – 3.5

Alpha-Humulene

Trace – 2

1.5 – 2.5

0.3 – 0.4

 

ลักษณะทางกายภาพและกลิ่น

                                น้ำมันไม่มีสี หรือสีเหลืองน้ำตาล กลิ่นฟีนอลและ eugenol

ส่วนที่ใช้

                                ดอกตูมแห้ง ใบ หรือลำต้น

วิธีการแยกส่วนที่ใช้

                                การกลั่นด้วยไอน้ำ และการกลั่นด้วยน้ำ

ฤทธิ์ทางชีวภาพ

น้ำมันกานพลูมีคุณสมบัติด้านฮิสทามีน ต้านแบคทีเรีย ระงับเชื้อ ต้านอนุมูลอิสระ และฆ่าหนอนพยาธิ  นอกจากนี้ eugenol ที่เป็นองค์ประกอบหลักมีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ และช่วยเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ trypsin

 

ประโยชน์และการนำไปใช้

 

1. ทางยา  ใช้ในตำรับยาบรรเทาอาการปวดฟัน ยาทาถูนวด ยาแก้อาเจียน(antiemetic) ยาขับลม ตำรับที่มีน้ำมันกานพลู 15% ใน 70% แอลกอฮอล์ใช้สำหรับขี้กลากในผู้ที่เป็นโรคน้ำกัดเท้า

2.  ทางสุคนธบำบัด  บรรเทาอาการปวดโรครูมาทอยด์ ปวดโรคข้ออักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลังร้าวไปขาหรือปวดตามประสาทไซแอติก ปวดประสาท ระงับเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ไม่มีการรายงานผลทางจิตใจของน้ำมันกานพลู RIFM แนะนำให้ใช้ดอกกานพลูไม่เกิน 10% น้ำมันใบกานพลูไม่เกิน 2% น้ำมันลำต้นกานพลูไม่เกิน 4%

3.  ทางเครื่องสำอาง  ใช้เป็นสารให้กลิ่นหอมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ครีม โลชัน สบู่ ปริมาณที่ใช้ไม่เกิน 0.15% สำหรับน้ำมันดอกกานพลู และ 0.25% สำหรับน้ำมันต้นกานพลู ในน้ำหอมใช้ไม่เกิน 0.7% สำหรับน้ำมันดอกกานพลูและ 1.0% สำหรับน้ำมันลำต้นกานพลู

4.  ทางอาหาร  ใช้เป็นสารแต่งกลิ่นในอาหารและเครื่องดื่ม ใช้ในปริมาณไม่เกิน 0.078%

 

ข้อควรระวังและข้อห้ามใช้

 

                1.  มีรายงานว่า eugenol มีคุณสมบัติในการยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือด ดังนั้นควรระวังการใช้ในผู้ที่ได้รับสารกันเลือดเป็นลิ่ม เช่น แอสไพริน, Heparin, Warfaran

                2.  ในกรณีที่รับประทานน้ำมันกานพลูต้องระวังการใช้ในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่รับประทานยาพาราเซตามอล ผู้ป่วยโรคตับ โรคไต โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โรคฮีโมฟีเลีย

                3.  ในกรณีที่ใช้ภายนอกต้องระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ผิวหนังแพ้ง่าย โรคผิวหนังอักเสบ ตลอดจนเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี

4.  มีรายงานว่าน้ำมันกานพลูทำให้กล้ามเนื้อเรียบของหนูหดตัว ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้ในสตรีมีครรภ์

 

6.  สมมติฐาน

 

ถ้าน้ำมันกานพลูสามารถยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ได้  แล้วเชื้อราและแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอาหารเลี้ยงเนื้อเยื่อจะมีอัตราการปนเปื้อนที่แตกต่างกัน

 

7.  วัตถุประสงค์

เพื่อทำการยับยั้งการเจริญของเชื้อราและแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอาหารวุ้นเลี้ยงเนื้อเยื่อด้วยไอระเหยของน้ำมันกานพลู

 

8.  ตัวแปร

1.  ตัวแปรอิสระ

ชนิดของสารที่ทำการทดสอบ

2.  ตัวแปรตาม

อัตราการปนเปื้อนของเชื้อราในอาหารเลี้ยงเนื้อเยื่อ

อัตราการปนเปื้อนของแบคทีเรียในอาหารเลี้ยงเนื้อเยื่อ

3.  ตัวแปรควบคุม

                                สถานที่ในการทำการทดลอง

                                ปริมาณอาหาร

                                ขนาดของขวดอาหาร

                                สูตรอาหารสังเคราะห์

                                ปริมาณที่ใช้ในการทดสอบ

 

9. ขอบเขตของโครงงาน

 

                9.1  การทดลองนี้จะใช้กับพืช 4 ชนิด ได้แก่ กล้วยไม้ กุหลาบ บอนสี และชวนชม

                9.2  การทดลองนี้จะทำการทดสอบเชื้อราและแบคทีเรียชนิดใดก็ได้ที่เกิดการปนเปื้อน

                9.3  ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบผลการทดลองคือ 2 สัปดาห์

9.4  การทดลองนี้เป็นการทดลองเพื่อต้องการป้องกันการปนเปื้อนให้ได้มากที่สุด เป็นการป้องกันแบบสุ่มเท่านั้น บางครั้งอาหารอาจไม่มีการปนเปื้อนเลยก็เป็นได้

                9.5  สถานที่ในการทำการทดลองคือ ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี

 

10.  วิธีดำเนินการทดลอง

 

วัสดุ อุปกรณ์และสารเคมี

 

1.    อาหารวุ้นในขวดเลี้ยงเนื้อเยื่อ

  1. ชิ้นส่วนของกล้วยไม้ กุหลาบ บอนสี และชวนชม
  2. น้ำมันกานพลู
  3. กระดาษกรองตัดกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร
  4. Autopipette 100 ไมโครลิตร
  5. อุปกรณ์การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชที่จำเป็นในห้องปฏิบัติการ

 

วิธีการทดลอง

 

  1. นำชิ้นส่วนของพืชวางบนอาหารวุ้น ชนิดละ 40 ขวด
  2. วางกระดาษกรองตรงกลางฝาขวดอาหารด้านใน
  3. นำ Autopipette หยดน้ำมันกานพลูลงบนกระดาษกรอง

ปริมาตร 50ไมโครลิตร ชนิดละ 20 ขวด

  1. นำ Autopipette หยดน้ำกลั่นลงบนกระดาษกรอง

ปริมาตร 50 ไมโครลิตร ชนิดละ 20 ขวด

  1. ปิดฝาขวด โดยให้กระดาษกรองติดอยู่ด้านในของฝาขวด
  2. นำไปเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อตามปกติ
  3. ตรวจสอบการปนเปื้อนของเชื้อราและแบคทีเรียในขวดอาหาร
  4. หาอัตราส่วนของการปนเปื้อนเชื้อราในขวดทดสอบเทียบกับขวดควบคุม
  5. หาอัตราส่วนการปนเปื้อนของแบคทีเรียในขวดทดสอบเทียบกับขวดควบคุม
  6. วิเคราะห์ผลการทดลองในรูปแบบของกราฟวงกลม

 

11. ประโยชน์ของโครงงาน

 

11.1  เพื่อยับยั้งการเจริญของเชื้อราและแบคทีเรียในอาหารวุ้นที่จะทำให้พืชเกิดการติดเชื้อและเน่าเสีย

                11.2  ลดอัตราการปนเปื้อนของเชื้อราและแบคทีเรียในอาหารวุ้น

                11.3  เพื่อเพิ่มผลผลิตจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

 

12.  แผนการดำเนินการทดลอง

 

                1.  ศึกษาปัญหาของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

                2.  ค้นคว้าวิธีการต่างๆในการยับยั้งเชื้อ

                3.  ศึกษาคุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหย

4.  ศึกษาฤทธิ์การต้านเชื้อของน้ำมันกานพลู

                5.  หาวิธีการใช้น้ำมันกานพลู เพื่อการยับยั้งเชื้อ

                6.  ออกแบบการทดลอง

                7.  วิเคราะห์ผลการทดลอง

                8.  สรุปผลการทดลอง

                9.  อภิปรายผลการทดลอง

 

13.  งบประมาณการทดลอง

                ขวดอาหารเลี้ยงเนื้อเยื่อขนาดพร้อมฝา           4,000     บาท

                น้ำมันกานพลู                                                      2,000     บาท

                อุปกรณ์และค่าใช้จ่ายอื่นๆ                                2,500     บาท

                                                                                                รวม        8,500     บาท

 

 

 

 

 

14.  เอกสารอ้างอิง/บรรณานุกรม

 

ศิวพงศ์ จำรัสพันธุ์, 2546, การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สถาบันราชภัฏอุดรธานี.

ฐาปนีย์ ,2551, น้ำมันหอมระเหยและการใช้ในสุคนธบำบัด, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

 

 



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Size : 2.81 MBs
Upload : 2010-12-24 16:11:13
ติชม

ดีจังเลยครับ จะได้นำไปใช้ในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ด.ช.เกียรติคุณ ยิ่งดี ม.1/3 เลขที่ 1 

ตั้งโดย : Dream
2012-08-13 11:20:59
เริ่มต้นกับโครงงานวิทยาศาสตร์กันเถอะ

โครงร่างโครงงานวิทยาศาสตร์สาขาชีวภาพ

 

เรื่อง

 

 

การยับยั้งการเจริญของเชื้อราและแบคทีเรียที่ปนเปื้อน

ในอาหารวุ้นเลี้ยงเนื้อเยื่อด้วยการใช้ไอระเหยของน้ำมันกานพลู

 

 

สมาชิก

นายนวภัทร               มาลัยวงศ์

นายเกียรติคุณ           สัมฤทธิ์เปี่ยม

นางสาวธนพร           มีสนุ่น

 

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี

 

 

เสนอ

คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

 

 

 

 

 

 

โครงร่างโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง

การยับยั้งการเจริญของเชื้อราและแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอาหารวุ้นเลี้ยงเนื้อเยื่อ

ด้วยการใช้ไอระเหยของน้ำมันกานพลู

 

1.  ชื่อโครงงาน

 

                การยับยั้งการเจริญของเชื้อราและแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอาหารวุ้นเลี้ยงเนื้อเยื่อด้วย

การใช้ไอระเหยของน้ำมันกานพลู

 

2.  ประเภทโครงงาน

 

                โครงงานสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

 

3.  รายชื่อสมาชิก

 

               1.  นายนวภัทร มาลัยวงศ์

2.  นายเกียรติคุณ สัมฤทธ์เปี่ยม

3.  นางสาวธนพร มีสนุ่น

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5  โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี

 

4.  อาจารย์ที่ปรึกษา

 

นางสาวฉัตรธิดา ชัยโพธิ์ศรี

 

5.  หลักการ เหตุผล และทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

 

5.1    ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

 

                การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชเป็นการนำเอาชิ้นส่วนของพืชมาเพาะเลี้ยงในอาหาร สังเคราะห์ในสภาพไร้เชื้อ ชิ้นส่วนของพืชชิ้นเล็กๆ สามารถเจริญขึ้นจนเป็นต้นพืชที่สมบูรณ์ได้ คุณสมบัติเช่นนี้ของพืชเรียกว่า โททิโพเทนซี อันเป็นหลักฐานยืนยันว่าในเซลล์ทุกเซลล์ของพืชมีสารพันธุกรรมครบถ้วนเหมือน กัน จึงสามารถแสดงลักษณะต่างๆ ของต้นพืชนั้นได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เช่นเดียวกันกับต้นพืชที่เจริญมาจากเอ็มบริโอ

                การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมายหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้ในด้านการขยายพันธุ์พืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น กล้วยไม้ ไม้ดอก

ไม้ประดับ ไม้ผล และไม้เศรษฐกิจอื่นๆ เพื่อใช้ในการปลูกป่า เช่น ยูคาลิปตัส สัก ตลอดจนพืชท้องถิ่นที่หายาก และใกล้ที่จะสูญพันธุ์ เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อยังนำไปใช้ประโยชน์ในการเก็บรักษาพันธุ์ ซึ่งไม่สามารถเก็บเป็นเมล็ดได้หรือพืชที่เมล็ดไม่สามารถเก็บไว้นาน จากเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อยังพัฒนาต่อไปเป็นการเพาะเลี้ยงแคลลัส เพาะเลี้ยงเซลล์ และเพาะเลี้ยง

โพรโทพลาสต์ และมีการหลอมรวมโพรโทพลาสต์ และมีการใช้เทคนิคพันธุวิศวกรรมมาร่วมด้วยเพื่อเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของพืช สร้างพืชแปลงพันธุ์ขึ้นมาให้มีลักษณะอย่างที่เราต้องการ ดูเหมือนกับว่าต้นไม้ในจินตนาการที่ต้นไม้เพียงหนึ่งต้นแต่ให้ดอกผลเป็นผล ไม้นานาชนิด กำลังใกล้จะเป็นจริงเข้ามาแล้ว

                การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้เกิดขึ้นมาประมาณหนึ่งร้อยปีมานี้เอง และปัจจุบันเป็นเทคนิคที่แพร่หลายมากทั่วโลก พืชแทบทุกชนิดสามารถนำมาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้แล้วในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่นได้พัฒนาการเพาะเลี้ยงเซลล์เพื่อสกัดเอาสี ตัวยา และฮอร์โมน เอนไซม์ กรดอะมิโนทั้งหลายมาผลิตเป็นการค้า เทคนิคทางด้านนี้จึงเจริญต่อไปไม่หยุดยั้ง เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นไม่มีพืชซึ่งเป็นวัตถุดิบในการสกัดตัวยาสมุนไพร และไม่มีพื้นที่ในการเพาะปลูก เพราะว่าพืชสมุนไพรส่วนใหญ่เป็นพืชเขตร้อน การสกัดตัวยาจากเซลล์ที่นำมาเพาะเลี้ยง จึงเป็นเทคนิคที่ไม่ต้องเสียเวลาและพื้นที่เพื่อใช้ในการเพาะปลูกพืชขึ้นมา จำนวนมากๆ

                ในประเทศไทยเองส่วนใหญ่แล้วการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เน้นการขยายพันธุ์และการปรับปรุงพันธุ์พืชเป็นสำคัญ ส่วนงานทางด้านอื่นก็มีการเก็บรักษาพันธุ์ การปลูกป่า ส่วนการนำไปประยุกต์ใช้ในประโยชน์ทางด้านอื่นๆยังมีน้อย (ศิวพงศ์ จำรัสพันธุ์, 2546)

 

5.2    ปัญหาในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

 

                หัวใจของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออยู่ที่เทคนิค ไร้เชื้อ เพื่อให้สถานที่ในการเพาะเลี้ยงสะอาด ชิ้นพืชที่จะนำลงเพาะเลี้ยงในขวดสะอาด อาหารที่เพาะเลี้ยงสะอาด แล้วชิ้นเนื้อเยื่อพืชมักจะเจริยงอกงามได้เป็นอย่างดี และสามารถจำนวนได้มากมายในเวลาอันรวดเร็ว นักเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจึงต้องพิถีพิถันและคอยสังเกตอยู่ตลอดเวลาว่ามีความ บกพร่องเกิดขึ้นที่จุดไหน เพื่อหาจุดที่จะต้องปรับปรุงเมื่อมีปัญหาปนเปื้อนเกิดขึ้น (ศิวพงศ์ จำรัสพันธุ์, 2546)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

5.3  ความรู้เกี่ยวกับน้ำมันกานพลู

 

น้ำมันกานพลู

Clove oil

                ชื่อวิทยาศาสตร์

                                Eugenia caryophyllus Bullock & Harrsion, Family Myrtaceae

 

องค์ประกอบทางเคมี

น้ำมันกานพลูที่ได้มาจากส่วนต่างๆ จะมีองค์ประกอบแตกต่างกัน

ดังแสดงในตาราง

องค์ประกอบ

(Component)

ปริมาณ(%)

            ดอก                                   ใบ                                   ลำต้น

Eugenol

36 – 90

75 – 90

85 – 95

Eugenyl acetate

11 – 27

Trace – 10

Trace – 5

Beta-Caryophyllene

Trace – 16

15 – 19

2.5 – 3.5

Alpha-Humulene

Trace – 2

1.5 – 2.5

0.3 – 0.4

 

ลักษณะทางกายภาพและกลิ่น

                                น้ำมันไม่มีสี หรือสีเหลืองน้ำตาล กลิ่นฟีนอลและ eugenol

ส่วนที่ใช้

                                ดอกตูมแห้ง ใบ หรือลำต้น

วิธีการแยกส่วนที่ใช้

                                การกลั่นด้วยไอน้ำ และการกลั่นด้วยน้ำ

ฤทธิ์ทางชีวภาพ

น้ำมันกานพลูมีคุณสมบัติด้านฮิสทามีน ต้านแบคทีเรีย ระงับเชื้อ ต้านอนุมูลอิสระ และฆ่าหนอนพยาธิ  นอกจากนี้ eugenol ที่เป็นองค์ประกอบหลักมีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ และช่วยเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ trypsin

 

ประโยชน์และการนำไปใช้

 

1. ทางยา  ใช้ในตำรับยาบรรเทาอาการปวดฟัน ยาทาถูนวด ยาแก้อาเจียน(antiemetic) ยาขับลม ตำรับที่มีน้ำมันกานพลู 15% ใน 70% แอลกอฮอล์ใช้สำหรับขี้กลากในผู้ที่เป็นโรคน้ำกัดเท้า

2.  ทางสุคนธบำบัด  บรรเทาอาการปวดโรครูมาทอยด์ ปวดโรคข้ออักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลังร้าวไปขาหรือปวดตามประสาทไซแอติก ปวดประสาท ระงับเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ไม่มีการรายงานผลทางจิตใจของน้ำมันกานพลู RIFM แนะนำให้ใช้ดอกกานพลูไม่เกิน 10% น้ำมันใบกานพลูไม่เกิน 2% น้ำมันลำต้นกานพลูไม่เกิน 4%

3.  ทางเครื่องสำอาง  ใช้เป็นสารให้กลิ่นหอมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ครีม โลชัน สบู่ ปริมาณที่ใช้ไม่เกิน 0.15% สำหรับน้ำมันดอกกานพลู และ 0.25% สำหรับน้ำมันต้นกานพลู ในน้ำหอมใช้ไม่เกิน 0.7% สำหรับน้ำมันดอกกานพลูและ 1.0% สำหรับน้ำมันลำต้นกานพลู

4.  ทางอาหาร  ใช้เป็นสารแต่งกลิ่นในอาหารและเครื่องดื่ม ใช้ในปริมาณไม่เกิน 0.078%

 

ข้อควรระวังและข้อห้ามใช้

 

                1.  มีรายงานว่า eugenol มีคุณสมบัติในการยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือด ดังนั้นควรระวังการใช้ในผู้ที่ได้รับสารกันเลือดเป็นลิ่ม เช่น แอสไพริน, Heparin, Warfaran

                2.  ในกรณีที่รับประทานน้ำมันกานพลูต้องระวังการใช้ในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่รับประทานยาพาราเซตามอล ผู้ป่วยโรคตับ โรคไต โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โรคฮีโมฟีเลีย

                3.  ในกรณีที่ใช้ภายนอกต้องระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ผิวหนังแพ้ง่าย โรคผิวหนังอักเสบ ตลอดจนเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี

4.  มีรายงานว่าน้ำมันกานพลูทำให้กล้ามเนื้อเรียบของหนูหดตัว ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้ในสตรีมีครรภ์

 

6.  สมมติฐาน

 

ถ้าน้ำมันกานพลูสามารถยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ได้  แล้วเชื้อราและแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอาหารเลี้ยงเนื้อเยื่อจะมีอัตราการปน เปื้อนที่แตกต่างกัน

 

7.  วัตถุประสงค์

เพื่อทำการยับยั้งการเจริญของเชื้อราและแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอาหารวุ้นเลี้ยงเนื้อเยื่อด้วยไอระเหยของน้ำมันกานพลู

 

8.  ตัวแปร

1.  ตัวแปรอิสระ

ชนิดของสารที่ทำการทดสอบ

2.  ตัวแปรตาม

อัตราการปนเปื้อนของเชื้อราในอาหารเลี้ยงเนื้อเยื่อ

อัตราการปนเปื้อนของแบคทีเรียในอาหารเลี้ยงเนื้อเยื่อ

3.  ตัวแปรควบคุม

                                สถานที่ในการทำการทดลอง

                                ปริมาณอาหาร

                                ขนาดของขวดอาหาร

                                สูตรอาหารสังเคราะห์

                                ปริมาณที่ใช้ในการทดสอบ

 

9. ขอบเขตของโครงงาน

 

                9.1  การทดลองนี้จะใช้กับพืช 4 ชนิด ได้แก่ กล้วยไม้ กุหลาบ บอนสี และชวนชม

                9.2  การทดลองนี้จะทำการทดสอบเชื้อราและแบคทีเรียชนิดใดก็ได้ที่เกิดการปนเปื้อน

                9.3  ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบผลการทดลองคือ 2 สัปดาห์

9.4  การทดลองนี้เป็นการทดลองเพื่อต้องการป้องกันการปนเปื้อนให้ได้มากที่สุด เป็นการป้องกันแบบสุ่มเท่านั้น บางครั้งอาหารอาจไม่มีการปนเปื้อนเลยก็เป็นได้

                9.5  สถานที่ในการทำการทดลองคือ ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี

 

10.  วิธีดำเนินการทดลอง

 

วัสดุ อุปกรณ์และสารเคมี

 

1.    อาหารวุ้นในขวดเลี้ยงเนื้อเยื่อ

  1. ชิ้นส่วนของกล้วยไม้ กุหลาบ บอนสี และชวนชม
  2. น้ำมันกานพลู
  3. กระดาษกรองตัดกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร
  4. Autopipette 100 ไมโครลิตร
  5. อุปกรณ์การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชที่จำเป็นในห้องปฏิบัติการ

 

วิธีการทดลอง

 

  1. นำชิ้นส่วนของพืชวางบนอาหารวุ้น ชนิดละ 40 ขวด
  2. วางกระดาษกรองตรงกลางฝาขวดอาหารด้านใน
  3. นำ Autopipette หยดน้ำมันกานพลูลงบนกระดาษกรอง

ปริมาตร 50ไมโครลิตร ชนิดละ 20 ขวด

  1. นำ Autopipette หยดน้ำกลั่นลงบนกระดาษกรอง

ปริมาตร 50 ไมโครลิตร ชนิดละ 20 ขวด

  1. ปิดฝาขวด โดยให้กระดาษกรองติดอยู่ด้านในของฝาขวด
  2. นำไปเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อตามปกติ
  3. ตรวจสอบการปนเปื้อนของเชื้อราและแบคทีเรียในขวดอาหาร
  4. หาอัตราส่วนของการปนเปื้อนเชื้อราในขวดทดสอบเทียบกับขวดควบคุม
  5. หาอัตราส่วนการปนเปื้อนของแบคทีเรียในขวดทดสอบเทียบกับขวดควบคุม
  6. วิเคราะห์ผลการทดลองในรูปแบบของกราฟวงกลม

 

11. ประโยชน์ของโครงงาน

 

11.1  เพื่อยับยั้งการเจริญของเชื้อราและแบคทีเรียในอาหารวุ้นที่จะทำให้พืชเกิดการติดเชื้อและเน่าเสีย

                11.2  ลดอัตราการปนเปื้อนของเชื้อราและแบคทีเรียในอาหารวุ้น

                11.3  เพื่อเพิ่มผลผลิตจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

 

12.  แผนการดำเนินการทดลอง

 

                1.  ศึกษาปัญหาของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

                2.  ค้นคว้าวิธีการต่างๆในการยับยั้งเชื้อ

                3.  ศึกษาคุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหย

4.  ศึกษาฤทธิ์การต้านเชื้อของน้ำมันกานพลู

                5.  หาวิธีการใช้น้ำมันกานพลู เพื่อการยับยั้งเชื้อ

                6.  ออกแบบการทดลอง

                7.  วิเคราะห์ผลการทดลอง

                8.  สรุปผลการทดลอง

                9.  อภิปรายผลการทดลอง

 

13.  งบประมาณการทดลอง

                ขวดอาหารเลี้ยงเนื้อเยื่อขนาดพร้อมฝา           4,000     บาท

                น้ำมันกานพลู                                                      2,000     บาท

                อุปกรณ์และค่าใช้จ่ายอื่นๆ                                2,500     บาท

                                                                                                รวม        8,500     บาท

 

 

 

 

 

14.  เอกสารอ้างอิง/บรรณานุกรม

 

ศิวพงศ์ จำรัสพันธุ์, 2546, การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สถาบันราชภัฏอุดรธานี.

ฐาปนีย์ ,2551, น้ำมันหอมระเหยและการใช้ในสุคนธบำบัด, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

 

 



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


ตั้งโดย : pk
2012-03-03 13:21:11
โห่  !!!!




โครตยากเลย




สุดๆ 




คุณิตา   จุโฬทก

ตั้งโดย : Kc
2011-01-02 11:13:13
กำลังแสดงหน้า 1/1
<<
1
>>

ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?

12
คะแนนโหวด
สร้างโดย :


tk
รายละเอียด Share
สถานะ : ผู้ใช้ทั่วไป
วิทยาศาสตร์


Princess Chulabhorn's College Lopburi :: http://www.pccl.ac.th
216 m.1 Huoypong ,Khoksamrong ,Lopburi 15120 Tel. 036650260-1 E-mail pccllopburi@hotmail.com


Generated 0.953217 sec.